ตอนที่1: การพัฒนาเครื่องมือการเรียนการสอนไร้สายเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้สำหรับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ Developing sensor-based device to facilitate learning for young children in rural areas, EP1

ตอนที่1:

การพัฒนาเครื่องมือการเรียนการสอนไร้สายเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้สำหรับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ
Developing sensor-based device to facilitate learning for young children in rural areas, EP 1

หลังจากที่เคยนำเสนอเรื่องราวของการพัฒนาการศึกษาด้วย IoT ( Education development with Internet of Things) ในโพสก่อนหน้านี้ 

ครั้งนี้เรามาดูว่าถ้าเราจะออกแบบเครื่องมือที่ช่วยในการเรียนการสอนของนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ เราจะออกแบบอย่างไร คำถามนี้เป็นที่มาของปัญหางานวิจัยของผมเองด้วย จึงขอนำมาแบ่งปันประสบการณ์ สิ่งที่ค้นพบ ที่อาจจะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ที่ผ่านมาอ่านไม่มากก็น้อย และเป็นการบันทึกความทรงจำของผมเองด้วยหลังจากที่สำเร็จการศึกษา ข้อมูลในการศึกษานี้อาจมีข้อจำกัดในเรื่องระยะเวลา สถานที่ กระบวนการ กลุ่มทดลอง และเทคโนโลยีในช่วงทดลองครับ สามารถอ้างอิงจากวารสารทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยนี้ด้านล่างครับ

12496444_863260987123616_6296170888656486593_o.jpg

เนื่องจากผมได้รับทุนรัฐบาลภายใต้การดูแลของกระทรวงวิทยาศาสตร์ และได้มาศึกษาที่มหาวิทยาลัยเค้น ประเทศอังกฤษ University of Kent, United Kingdom ก่อนอื่นต้องขอแนะนำมหาวิทยาลัยและหลักสูตรก่อนว่า ที่เลือกเรียนที่นี่เพราะมหาวิทยาลัยมีคณะ School of Engineering and Digital Arts เป็นคณะที่มีหลักสูตรด้านวิศวกรรม อิเล็กทรอนิกส์ สื่อสาร ไฟฟ้า และมีหลักสูตรทางด้าน Multimedia ด้านออกแบบ สื่อกราฟิก สามมิติ แอนิเมชั่น เห็นว่ามาเรียนที่นี่น่าจะได้ความรู้ทั้งสองด้าน และเหมาะกับพื้นฐานที่เราถนัด (ผมสอนทางด้านมัลติมีเดียและมีพื้นทางด้านอิเล็กทรอนิกส์มาก่อน) อีกทั้งอาจารย์ที่ปรึกษาหลัก Dr. Jim Ang เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน HCI (human computer interaction) ด้านเกมส์ VR และมีอาจารย์ที่ปรึกษาร่วม Dr. Farzin Deravi เป็นผู้เชียวชาญทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ จึงติดต่อและขอสมัครเข้าเรียนที่นี่ครับ

กลับมาพูดถึงระบบการเรียนปริญญาเอก และงานวิจัย ที่นี่หลักสูตรป.เอกจะเรียนสามปี (แต่ส่วนใหญ่เรียนไม่จบในสามปี…โหด) โชคดีที่ทุนรัฐบาลให้เราเรียนได้สี่ปี ก่อนสิ้นปีการศึกษาต้องมีการสอบประเมินผล Upgrade แต่ละมหาวิทยาลัยจะเรียกแตกต่างกันออกไป ที่นี่ปีแรกเราเรียกว่า Probration Review ซึ่งจะมีการส่งรายงานประมาณ 15,000-20,000คำ หลักๆจะประกอบไปด้วยรายละเอียดงานวิจัยเราคร่าวๆ การทบทวนวรรณกรรม Literature Review ผลการวิจัยในระยะเริ่มต้น แผนการวิจัยว่าตลอดหลักสูตรเราจะทำอะไรช่วงใดบ้าง และมีการสอบปากเปล่ากับคณะกรรรมการประกอบไปด้วย อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก ที่ปรึกษารอง และกรรมการที่ถูกแต่งตั้งจากคณะอีกหนึ่งท่านประเมินผล

ก่อนสิ้นปีสอง สาม ก็จะสอบ End Year Review ไม่ต้องส่งรายงานเป็นเล่มแต่ให้แนบเอกสารความก้าวหน้า และนำเสนอความก้าวหน้าแบบปากเปล่ากับอาจารย์ที่ปรึกษาหลัก ที่ปรึกษารอง และกรรมการที่ถูกแต่งตั้งจากคณะ คราวนี้จะเป็นอาจารย์ประธานหลักสูตรป.โท ป.เอก

แต่ละเดือนหลังจากเข้ามาเรียน ต้องพบอ.ที่ปรึกษา (ซุป) อย่างน้อยหนึ่งครั้ง และต้องกรอกรายละเอียดการเข้าพบในระบบคอมพิวเตอร์ทุกเดือน ถ้าเราไม่กรอกในระบบทางมหาวิทยาลัยจะแจ้งเตือน และถ้ายังไม่ละเลยทางมหาวิทยาลัยจะแจ้งหน่วยงานรัฐและถูกส่งกลับบ้านเร็วกว่ากำหนด!!!

กลับมาคุยเรื่องงานวิจัย ตอนเริ่มต้น การคิดหัวข้อวิจัย เป็นสิ่งที่ยากเหมือนเราเริ่มต้นแล้วยังไม่เห็นแสงส่วางอะไรเลย เรามีหัวข้อคร่าวๆว่าจะทำอะไรกว้างๆ ซุปก็เปิดกว้างว่าอยากจะทำอะไรก็คิดมาแล้วมาคุยกัน ประชุมครั้งแรก เราก็เขียนลิสมาว่าต้องการทำอะไรบ้าง มีไอเดียอะไรบ้าง ซุปมีอะไรบ้าง อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม(โคซุป)มีไอเดียอะไรบ้าง แรกๆผมเจอซุป กับโคซุปทุกสัปดาห์ คุยไปคุยมาก็ลงตัวว่าเราอยากทำอะไรกับ Tablet และเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการศึกษาของเด็กนักเรียนไทย ซุปบอกว่าอยากให้ทำอะไรที่เรา จบกลับไปแล้วไปทำต่อแล้วเกิดประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองเรา ช่วงแรกก็ดูๆมุ่งเน้นไปทางพัฒนาทักษะด้านภาษา ทำทางด้าน AR (Augmented Reality) ให้เด็กนักเรียนเรียนรู้เรื่องคำศัพท์

01ภาพdesign low- fidelity prototype of AR experimental application

02.JPGภาพ create 3D object and display on printed image by Unity3D software

คิดไปคิดมาว่าจะทำกับ Tablet ที่รัฐบาลแจกให้กับรร.ต่างๆในเมืองไทย และถ้าเราเน้นไปที่รร.ชนบท จะต้องทำอะไรง่ายๆและTabletรุ่นแรกนั้นก็ไม่มีกล้องด้วย แล้วเราจะทำ AR อย่างไร โคซุปมาจากฝั่งวิศวะเลยแนะนำว่าทำเป็นอุปกรณ์ไร้สายที่เชื่อมต่อกับ Tablet ได้น่าจะดี หลังจากนั้นเราก็กลับมาศึกษาเครื่องมือที่สามารถจะนำมาพัฒนา และอาจจะเปลี่ยนแนวจากการพัฒนาทักษะเรื่องภาษาของเด็ก เป็นทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ สอดคล้องกับ 21st Century Skills

แผนงานวิจัยในเบื้องต้นจะต้องรีบเก็บข้อมูลพื้นฐานเพื่อเป็นข้อมูลในการออกแบบระบบ โดยจะต้องกลับประเทศไทยเก็บข้อมูลการใช้ Tablet ที่รร.ต่างๆ เป้าหมายเป็นจังหวัดเชียงรายเพราะเรามีความคุ้นเคยกับพื้นที่มากที่สุด

ติดตามตอนต่อไปกับการเก็บข้อมูลครั้งแรก First study

Publications 

  • Pruet P, Ang CS, Farzin D. Understanding tablet computer usage among primary school students in underdeveloped areas: Students’ technology experience, learning styles and attitudes. Computers in Human Behavior. 2016 Feb 29;55:1131-44.
  • Putjorn P, Ang CS, Farzin D. Learning IoT without the I-Educational Internet of Things in a Developing Context. InProceedings of the 2015 Workshop on Do-it-yourself Networking: an Interdisciplinary Approach 2015 May 18 (pp. 11-13). ACM.
  • Pruet P, Farzin D, Ang CS, Chaiwut N. Exploring the Internet of “Educational Things”(IoET) in rural underprivileged areas. InElectrical Engineering/Electronics, Computer, Telecommunications and Information Technology (ECTI-CON), 2015 12th International Conference on 2015 Jun 24 (pp. 1-5). IEEE.
Advertisements

OBSY joined the Maker Party 2016 in Chiang Mai, Thailand

พาออบซี่ (OBSY) ไปร่วมงานเมคเก้อปาร์ตีที่เชียงใหม่ 2559
OBSY joined the Maker Party 2016 in Chiang Mai, Thailand

chiangmai_maker_party_2016_header.jpg

พอดีต้องกลับมาเก็บข้อมูลรอบสุดท้ายงานวิจัยที่จังหวัดเชียงรายในช่วงนี้พอดี เห็นทางกลุ่มMakerที่เชียงใหม่จัดงานพอดีก็เลยสมัครเข้าไปนำเสนอผลงาน OBSY

งาน Chiang Mai Maker Party ถูกจัดขึ้นทุกปีและมีคุณภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ งานจัดบริเวณใจกลางจังหวัดเชียงใหม่ บรรยากาศเป็นกันเอง มีเหล่าเมคเก้อไทย และเทศเข้ามาแสดงผลงาน มีการอบรมให้ความรู้ การแข่งขัน มากมายครับ สามารถเข้าไปดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มกันได้ที่ http://cmmakerclub.com/

ออบซี่ (OBSY) ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นอย่างดี มีเมคเก้อชาวต่างชาติสอบถามถึงการทำงานอย่างละเอียดเพราะเห็นว่าโครงงานนี้สามารถนำไปสอนนักศึกษาให้เห็นภาพรวมทั้งการออกแบบ การพัฒนาซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ควบคู่กันไปได้ ส่วนใหญ่จะมาถามว่าขายไหม ราคาเท่าไหร่ ฮา….ไม่ขายฮะ ทำเพื่องานวิจัยครับ ที่สำคัญคุณพ่อผมมาช่วยจัดบูธ เฝ้าบูธ และตอบคำถามผู้สนใจด้วย 😀

12662011_868799293236452_7350769565542222333_n

Convert “True Type font” into “Webfont”เปลี่ยนฟอนต์ที่มีให้เป็นเว็บฟอนต์

บางครั้งเมื่อเราพัฒนาเว็บเพจโดยเฉพาะเป็นภาษาไทย เราอาจต้องการนำฟอนต์ที่เราดาวน์โหลดนำมาใช้ในเว็บเพจที่เราพัฒนา

ยกตัวอย่างว่าเราใช้โปรแกรม Adobe Muse พัฒนาเว็บและเลือกใช้ฟอนต์ภาษาไทย ฟอนต์จะสามารถแสดงผลได้แต่จะถูกเปลี่ยนให้เป็นรูปภาพ (Raster image)

03-01-2017-11-59-51

และเมื่อเราทำให้เป็น Responsive เว็บเพจ ฟอนต์ดังกล่าวจะแสดงผลไม่ชัดเจนเมื่อเราย่อขยายเว็บเพจ

03-01-2017-12-03-32

03-01-2017-12-15-38

เราแก้ปัญหานี้โดย เปลี่ยน ฟอนต์ttf ที่มีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์เรา หรือที่เราดาวน์โหลดเก็บไว้ มาแปลงให้เป็น WOFF (Web Open Font Format) ซึ่งมีขนาดเล็กและเป็นที่ยอมรับจากบราวเซอร์สมัยใหม่

การแปลงฟอนต์ทำได้โดยใช้บริการจากเว็บแปลงฟอนต์เช่น

https://www.web-font-generator.com/

03-01-2017 15-08-37.jpg

https://transfonter.org/

03-01-2017 15-08-19.jpg

เมื่อเราอัพโหลดฟอนต์ภาษาไทยที่เรามีในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราที่เว็บให้บริการแปลงฟอนต์ เราสามารถจะดาวน์โหลดฟอนต์นั้นลงมาเป็นไฟล์.Zip หลังจากนั้นให้ทำการ UnZip ไฟล์ซึ่งจะมีไฟล์ฟอนต์ที่เราเลือกไว้ตอนที่เรากำหนดให้แปลงเป็นนามสกุลอะไรบ้าง เช่น WOFF หรือEOT

กลับมาที่โปรแกรม Adobe Muse และให้ทำการเลือกติดตั้ง Web Fonts ดังภาพด้านล่าง

03-01-2017-12-34-47

หรือไปที่เมนู File> Add/Remove Web Fonts

03-01-2017-12-36-02

เลือกไปที่แท็ป Self-Hosted และ กดปุ่ม +Add Fonts เพื่อทำการติดตั้งฟอนต์ภาษาไทยเข้าไปที่ Adobe Muse

03-01-2017-12-36-40

สามารถกดปุ่ม Browse หรือ ลากฟอนต์ที่ถูกแปงลงแล้วเข้ามาวางในหน้าต่างนี้ก็ได้

03-01-2017-12-36-59

**ต้องแน่ใจว่าฟอนต์ที่เรานำมาใช้นั้นถูกลิขสิทธ์ หรือนำมาใช้ส่วนตัวไม่ได้นำไปใช้ออกแบบเพื่อค้าขาย หรือผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ** จากตัวอย่างดาวน์โหลดฟอนต์จาก http://www.f0nt.com/release/thai-sans-lite/

03-01-2017-12-38-03

เมื่อเราเพิ่มฟอนต์ภาษาไทยเข้าไปแล้ว เราสามารถเลือกใช้ในโปรแกรม Muse ได้แล้ว

03-01-2017-12-38-31

03-01-2017-12-39-12

จากภาพด้านล่างจะเห็นว่าด้านหลังของฟอนต์จะไม่มีไอคอนรูปภาพแล้ว แสดงว่าตอนนี้ข้อความนี้เป็น Webfont แล้ว

03-01-2017-12-40-01

เมื่อเราย่อขยายบราวเซอร์แล้วฟอนต์ที่แสดงผลจะมีรายละเอียดสวยงามปรับเปลี่ยนไปตามขนาดของบราวเซอร์

03-01-2017-12-45-35

เรียบร้อยครับ 😉