การประยุกต์ใช้เกม VR กับงานวิจัยทางด้านสุขภาพ Video game, violence and dementia

การประยุกต์ใช้ เกม VR กับงานวิจัยทางด้านสุขภาพ Video game, violence and dementia

Dr. Jim Ang ได้ให้เกียรติมาบรรยายพิเศษเรื่องของการประยุกต์ใช้เกม VR กับงานวิจัยทางด้านสุขภาพ ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมาผมเลยขอโอกาสสรุปและเผยแพร่การบรรยายของท่าน

ดร.จิม ท่านเป็น Supervisor ของผมขณะที่ผมศึกษาในระดับปริญญาเอกด้าน Digital Arts อยู่ที่มหาวิทยาลัยเคนท์ University of Kent ประเทศอังกฤษ ถ้าสนใจเรื่องราวการเรียนของผมสามารถย้อนกลับไปติดตามได้ในบทความก่อนหน้านี้ครับ

ผมได้แนบ Slide และ Video การบรรยายไว้ในบทความนี้ สามารถอ่านและรับชมได้ครับ

สไลด์การบรรยาย

เริ่มต้นการบรรยายจะเป็นการแนะนำ University of Kent ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของทางเกาะอังกฤษ ตั้งอยู่ในเมืองที่ชื่อว่า Canterbury สามารถนั่งรถไฟจาก London มาได้สะดวกโดยใช้เวลาประมาณ 50 นาที เมืองแคนเธอเบอรี่เป็นเมืองโบราณมีวิหารที่สำคัญขนาดใหญ่ชื่อ Canterbury Cathedral โดยนักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยเคนท์จะเข้ารับปริญญาบัตรที่วิหารแห่งนี้ด้วย

ดร.จิม สอนและวิจัยอยู่ที่คณะ School of Engineering and Digital Arts ประจำอยู่ในแล็ปที่ชื่อว่า Intelligent Interactions Group ที่ทำการศึกษาทางด้านวิศวกรรม สื่อปฏิสัมพันธ์ การวิเคราะห์ประมวลผลภาพ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพื่อสรรพสิ่งรอบตัวเรา

ดร.จิม Dr Chee Siang (Jim) Ang มีความเชี่ยวชาญหลากหลายทางด้าน เกม VR HCI AI และมีงานวิจัยหลายชิ้นที่มีการประยุกต์ใช้กับด้านสุขภาพ
ลิงค์ Research Gate ของดร.จิม

ปัจจุบันเกมไม่ได้ถูกมองแค่นำมาใช้เพื่อสร้างความบันเทิงอย่างเดียว หรือบางครั้งเกมถูกมองว่าเป็นต้นเหตุของความรุนแรงและการสังหารหมู่หลายครั้งในหลายประเทศ แต่ผลจากการวิจัยยังไม่มีการบ่งชี้ว่าเกมเป็นต้นเหตุของปัญหาเหล่านั้นอย่างแท้จริง

เกมยังสามารถนำมาสร้างประโยชน์ให้กับเราได้มากมายหลากหลาย สามารถเชื่อต่อกับเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดนวัตกรรมที่หลากหลายได้มากมาย เช่นเชื่อมต่อกับเซนเซอร์ สร้างโลกความจริงเสมือน ศึกษาการออกแบบฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และทางด้านการออกแบบได้


Let’s gamify it!

การประยุกต์ใช้เกมในการสร้างงานวิจัยและนวัตกรรม เราสามารถใช้หลักการคิดของ Gamify หรือ Gamification คือการนำหลักการหรือเทคนิคของเกมมาประยุกต์ กระตุ้น สร้างกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางความคิด หรือพฤติกรรม ของผู้ใช้งานนวัตกรรมนั้น

การประยุกต์ใช้ VR กับผู้ที่มีภาวะกลัวอ้วน ผิดปกติในการกิน Bulimia Anorexia

ปัจจุบันวัยรุ่นโดยเฉพาะผู้หญิงเป็นโรคกลัวอ้วนมากขึ้น โดยผู้ป่วยจะมีความผิดปกติทางด้านพฤติกรรมการกิน ในแต่ละปีรัฐบาลอังกฤษได้ใช้เงินจำนวนมากในการรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้

ทีมวิจัยจึงสร้างสิ่งแวดล้อมจำลองในโลก VR ขึ้นมาโดยให้ผู้ป่วย และแพทย์ได้พบกัน ปรึกษาให้คำแนะนำโดยไม่จำเป็นต้องไปพบกันจริงๆ ผู้ป่วยและแพทย์จะมองเห็นกันผ่าน Avatar หรือตัวแทนจำลองที่สร้างขึ้นมาใช้แทนตัวตนที่แท้จริง เราสามารถสร้างสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ป่วย ลดช่องว่างในการให้คำปรึกษาระหว่างผู้ป่วยและแพทย์ และสามารถให้คำปรึกษากันได้จากที่ใดในโลกก็ได้

ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยสามารถปรับเปลียนพฤติกรรมการกินได้ดีขึ้น สามารถลดปัญหาและขั้นตอนในการวินิจฉัย และให้คำปรึกษาระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยโรคนี้ได้ดี

การประยุกต์ใช้ VR กับการออกกำลังกาย

ลิงค์เปเปอร์ https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S1469029217306246

การออกกำลังกายเป็นสิ่งดี แต่การออกกำลังกายอย่างหนัก และยาวนานอาจทำให้เกิดอาการเบื่อหน่าย ความทุกข์ และเจ็บปวดได้

คำถามว่า ถ้าเราสามารถปรับสมดุลของการรับรู้ของความเหนื่อยล้านี้ได้ เราจะมีความสุขในการออกกำลังกายมากขึ้นหรือไม่

ผู้วิจัยจึงสร้างโลกจำลองเสมือน VR ขึ้นมา โดยเราจะสวมใส่แว่น VR ที่ศรีษะ สวมเซนเซอร์ที่ข้อมือเพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหว
ในโลก VR เราจะมองเห็นแขนและมือของเราถือดัมเบลอยู่ ผู้ทำวิจัยจะเปลี่ยนดัมเบลในมือเราไปเรื่อยๆแล้วถามเราว่าเรารู้สึกอย่างไรกับน้ำหนักของดัมเบลนั้นๆ อีกทั้งมีการเก็บข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจไว้ด้วย

จากภาพ ในโลก VR เราจะเห็นดัมเบลที่มีขนาดแตกต่างกับความจริงที่นักวิจัยให้เราถืออยู่

ผลการวิจัยนี้พบว่า ผู้เข้าร่วมงานวิจัยสามารถถือดัมเบลได้นานขึ้นกว่าปกติประมาณ 2 นาทีเมื่ออยู่ในโลก VR และหัวใจก็เต้นช้าลงกว่าตอนที่ไม่ได้ใส่แว่น VR 5-7 bpm อีกทั้งผู้เข้าร่วมวิจัยมีความทุกข์ หรือความเจ็บปวดน้อยกว่าตอนไม่อยู่ในโลก VR ในช่วงนาทีแรกถึง 50%

การประยุกต์ใช้เกม กับการบำบัดผู้ป่วยที่มีปัญหาการกลืน Dysphagia (swallowing problems)

งานวิจัยนี้เป็นการประยุกต์ใช้เกมในการบำบัดผู้ป่วยที่มีปัญหาการกลืน Dysphagia (swallowing problems) โดยปกติแล้วเป็นการยากมากที่จะมีวิธีการใดที่จะให้ผู้ป่วยฝึกการกลืนอาหาร เนื่องข้อจำกัดทางด้านเทคโนโลยี และความเต็มใจของผู้ป่วย ถ้าผู้ป่วยไม่ได้รับการฝึกฝนจะทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถรับประทานอาหารได้เลย

งานวิจัยนี้เป็นความร่วมมือกับ Georgia Institute of Technology ประเทศอเมริกา โดยทางอเมริกาพัฒนาเซนเซอร์แบบสติเกอร์ที่สามารถวัดสัญญาณ EMG จากคอผู้ป่วยที่เราแปะไว้สองด้านข้างลูกกระเดือก เราจะนำสัญญาณนี้มาวิคราะห์ Signal Processing และส่งต่อไปยังเกมต้นแบบ โดยเมื่อผู้ป่วยกลืนน้ำลาย ตัวละครหรือลูกบอลในเกมก็จะกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางไปได้ ระบบนี้จะทำให้ผู้ป่วยมีความเพลิดเพลินในการฝึกฝนด้วยตนเองได้และสามารถลดขั้นตอน ประหยัดเวลาในการรักษาของแพทย์มากขึ้น

การประยุกต์ใช้เกมกับการรับรู้ทางสติปัญญา

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นงานของนักศึกษาปริญญาเอกคนไทยอีกคนหนึ่งคือ อาจารย์จิตรพล อินทรศิริสวัสดิ์ ที่ตอนนี้กำลังทำวิจัยอยู่ภายใต้การดูแลของดร.จิม


งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการใช้เกม 3 เกมที่เรารู้จักกันดีให้ผู้เข้าร่วมงานวิจัยได้ทดลองเล่น โดยใช้ Machine Learning วิเคราะห์รูปแบบในการเล่น Feature Patterns ของผู้เล่นในการลากนิ้วไปมาบนหน้าจอ และจับองศาทิศทางการถือมือถือของเราในการเล่นไปด้วย งานวิจัยนี้จะหาความสัมพันธ์ของปฏิสัมพันธ์ Interaction ของการเล่นเกมว่ามีผลอย่างไรต่อการรับรู้ทางสติปัญญาของเรา Cognitive Abilities อีกทั้งยังสามารถช่วยลดเวลาและขั้นตอนในการประเมินผลทางด้านนี้กับแพทย์ได้ด้วย

ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าความเร็ว ความยาว การวาดนิ้วเล่นเกม และองศาทิศทางในการจับมือถือเล่น มีผลกับความสามารถทางสติปัญญาของเรา Cognitive Performance เช่นถ้าเราเคลื่อนมือเร็วมากเท่าไหร่แนวโน้มความสามารถทางสติปัญญาของเราจะลดต่ำลง เป็นต้น

การประยุกต์ใช้ VR กับผู้ป่วยสมองเสื่อมที่มีความก้าวร้าว

ลิงค์เปเปอร์ https://kar.kent.ac.uk/72034/

งานวิจัยชิ้นนี้ทำการศึกษากับผู้ป่วยที่มีสภาวะสมองเสื่อม Dementia อีกทั้งผู้ป่วยส่วนใหญ่นั้นมีความก้าวร้าวอยู่ด้วย (ยากในยาก) งานวิจัยนี้ได้รับการเผยแพร่ที่งาน CHI2019 ด้วยซึ่งเป็นงานที่ยิ่งใหญ่เหมือนงานออสก้าทางด้าน HCI เลยทีเดียว
ผลของงานวิจัยนี้พบว่าสิ่งแวดล้อมจำลอง VR ที่เราสร้างขึ้นมาสามารถลดความก้าวร้าวในผู้ป่วยได้ ผู้ป่วยมีการตอบรับกับระบบ VR ได้ดีโดยไม่มีการต่อต้านระหว่างการใช้ระบบ งานวิจัยนี้ได้ข้อสรุปว่าเกมเทคโนโลยีแบบ VR มีสามารถในการลดความรุนแรงได้

“Gaming tech like VR could have the potential to reduce violence”

“young men are too busy playing video games, this keeps them off the streets and committing crimes”

หลายผลงานวิจัยในปัจจุบันยังยืนยันว่าเกมไม่ใช่ปัญหาของความรุ่นแรงที่เกิดขึ้น เราสามารถใช้ประโยชน์จากเกมได้ในทางสร้างสรรค์ นั่นเป็นหน้าที่ของพวกเรานักวิจัย

เขียนโดย

profile5

อ.พฤทธิ์ พุฒจร
สำนักวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
Google Scholar: https://scholar.google.co.th/citations?user=TPJONrYAAAAJ&hl=en
Research Gate: https://www.researchgate.net/profile/Pruet_Putjorn 

Advertisements

สร้างภาพสามมิติ Facebook 3D Posts ด้วยตัวเองง่ายๆ (Create a simple Facebook Posts with free online applications)

facebook3d018

สร้างภาพสามมิติ Facebook 3D Posts/Photos ด้วยตัวเองง่ายๆ (Create simple Facebook Posts with free online applications)

เพื่อนๆที่ใช้งาน Facebook ช่วงนี้จะเห็นฟีเจอร์ใหม่ของพี่มาร์ค เป็นภาพสามมิติเช่นภาพบุคคล อาหาร น้องแมว ที่เวลาเลื่อนฟีดแล้วจะเหมือนเคลื่อนที่ช้าๆลอยๆออกมาแบบสามมิติ ฟีเจอร์ใหม่นี้ต้องใช้เจ้าไอโฟนที่มีกล้องสองตัวถ่ายเพื่อแยกวัตถุด้านหน้าและด้านหลังออกจากกันแล้วก็นำกลับมาซ้อนกันเพื่อแสดงผลในฟีดหน้าFacebookของเราเรียกว่า 3D Posts

facebook3d001.PNG

สามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://techcrunch.com/2018/06/07/how-facebooks-new-3d-photos-work/

3D posts

ฟีเจอร์ใหม่นี้ถูกเรียกว่า 3D posts ให้ผู้ใช้งานเฟสบุคทั่วไปรวมถึงเพจสามารถโพสภาพในลักษณะ 3 มิติได้ และจะแสดงผลบนหน้า News Feed ออกมาเป็น 3 มิติโดยสามารถขยับหมุนเปลี่ยนองศาไปตามทิศต่างๆได้ นอกจากนั้นในอนาคตยังจะรองรับการแสดงผลบนอุปกรณ์ AR, VR ได้ทั้งมือถือและบนเว็บด้วยสำหรับไฟล์ 3D ที่รองรับนั้นจะเป็นมาตฐาน glTF 2.0 ซึ่งสามารถกำหนดพื้นผิว (textures) แสง (lighting) และเทคนิคการ render ภาพต่างๆได้สมจริงมีความละเอียดสูงได้ด้วย ซึ่งทาง Facebook นั้นทำการแปลงไฟล์และคงยังรักษาคุณภาพของไฟล์ 3D เพื่อมาแสดงผลได้อย่างสวยงามและสมบูรณ์ใกล้เคียงและเทียบเท่าต้นฉบับมากที่สุด-http://www.veedvil.com/tech/application/facebook-3d-posts/

แต่ถ้าเราอยากจะสร้างวัตถุสามมิติแบบตัวอย่างด้านล่างนี้บ้างละ….จะทำอย่างไร???

facebook3d020.PNG
https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FLEGO%2Fposts%2F10155489097298403&width=500

การสร้างวัตถุ 3มิติ 3D Posts

อ้างอิงจากทางเพจ Facebook for developers  ได้กำหนดรูปแบบไฟล์ที่จะใช้งานได้ต้องเป็น ไฟล์ GLB file (glTF 2.0) ที่มีขนาดไม่เกิน 3MB บริษัท Khronos ผู้พัฒนาไฟล์นี้กล่าวว่า ไฟล์ glTF เป็นรูปภาพ jpeg แบบสามมิตินั้นเอง facebook3d002.PNG

ที่มารูปภาพ https://www.khronos.org/gltf/

จากภาพด้านล่างจะเห็นผังวงจรของ glTF อาจจะมองเริ่มจากผู้สร้างความต้องการในการใช้ไฟล์แบบนี้ (Drive demand) เครื่องมือในการพัฒนา (Create) ไปถึงการสร้างประสบการณ์ (Experience)

facebook3d003.PNG

ที่มารูปภาพ https://www.khronos.org/gltf/

จะเห็นว่าเครื่องมือในการพัฒนามีมากมาย แต่ในบทความนี้ผมจะนำเสนอเครื่องมือที่มือใหม่อย่างเราๆสามารถทำได้ง่าย รวดเร็ว และฟรี!!!

เครื่องมือในการสร้างงาน 3D- www.vectary.com

facebook3d004.PNG

Vectary เป็นโปรแกรมสร้างงานสามมิติผ่านทางหน้าเว็บ online application ไม่จำเป็นต้อง Install ลงไปในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา แต่การใช้งานแบบฟรีนั้นจะถูกจำกัดไม่ให้เราสร้างโปรเจคได้เกิน10โปรเจค โปรแกรมใช้ง่ายๆเพียงแค่ลากวาง Drag&Drop

ขั้นแรกให้เราทำการสมัคร Sign up facebook3d005.PNGโดยเราสามารถใช้ account Facebook หรือ Google ที่มีอยู่แล้วก็ได้

facebook3d006

จากนั้นให้เลือกกดปุ่ม Start create หรือ เลือก Create 3D design

facebook3d007.PNG

เมื่อเข้ามาอยู่ในหน้าโปรเจค เราสามารถเลือกโมเดลสามมิติที่มีอยู่แล้วทางด้านล่างเข้ามาใช้ได้เลย โมเดลฟรีนี้จะมาจากหลายแหล่ง เช่น Google Poly, Sketchfab หรือ ทาง Vectary เอง

facebook3d008

การควบคุมมุมมองหน้าต่างการทำงานสามารถใช้เมาส์ควบคุมเช่น

  • การกดซ้ายเป็นการหมุนจอ Tumble
  • การกดเมาส์ปุ่มกลางเป็นการซูม Zoom
  • การกดเมาส์ปุ่มขวาเป็นการเลื่อนจอแนวระนาบ Pan

facebook3d009.PNG

สร้างตัวอักษร 3 มิติ

เราลองมาสร้างตัวอักษรสามมิติชื่อเราใส่ใน 3D Facebook Posts กันดีกว่า

  • เลือกเมนู Add-on ด้านล่าง

facebook3d010.PNG

  • เลือก 3D Text

facebook3d011.PNG

  • พิมพ์ข้อความ เลือกฟอนต์ ตามต้องการ

facebook3d012.PNG

  • เราสามารถปรับแต่งความหนา สีตัวอักษร หรืออื่นๆได้โดยเลื่อน Scroll bar ทางด้านขวาลงไปเรื่อยๆ

facebook3d013.PNG

  • เราสามารถเพิ่มวัตถุสามมิติอื่นๆเข้าไปใน Scene ได้โดยกดที่ 3D Assets ด้านล่าง แล้วเลือกวัตถุที่ต้องการ จัดวางตามต้องการ ผมนำต้นไม้ ก้อนหิน รถยนต์ เข้ามาใส่เพิ่ม สามารถเปลี่ยนสีได้ด้วย สังเกตว่าถ้าเป็นวัตถุสามมิติของ Vectaryมาใช้จะมีสีครบถ้วนดี

facebook3d014.PNG

  • เมื่อทำเสร็จแล้วให้ทำการ Export โปรเจคของเราไปใช้ใน Facebook กัน
  • ให้กดปุ่ม Export ด้านขวาล่าง

facebook3d015

  • หลังจากนั้นเลือกรูปแบบไฟล์เป็น 3D File> GLB

facebook3d016.PNG

  • บันทึกไฟล์เป็น .glb

facebook3d017

  • ให้เราลากไฟล์เราไปใส่ Post Facebook ก็จะเสร็จเรียบร้อย

facebook3d018

facebook3d019

เห็นไหมว่าคุณก็ทำได้ไม่ยากอย่างที่คิดเลยนะครับ

ปัจจุบัน Facebook ยังไม่รองรับการแสดงผลแบบ Animation ซึ่งจริงๆแล้วไฟล์ gITF สามารถแสดงผล Animation ได้ เราก็ต้องรอให้ Facebook อัพเดทฟีเจอร์นี้อีกต่อไปในอนาคต

แต่ถ้าต้องการสร้างโมเดลสามมิติที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเราอาจจะต้องเรียนรู้ซอฟต์แวร์ เครื่องมือ หลักการให้มากขึ้นแบบมืออาชีพ

สนใจเข้ามาศึกษาหลักสูตร และสมัครเรียน

หลักสูตร หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดียและการสร้างภาพเคลื่อนไหว ปริญญาตรี สำนักวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ม.แม่ฟ้าหลวง
https://www.mfu.ac.th/education/program/program-bachelor/bachelor-information-technology/bsc-program-science/bachelor-it-multimedia.html

ลิงค์รับสมัครหลักสูตรอื่นๆของทางมหาวิทยาลัย
https://admission.mfu.ac.th/admission-home.html

facebook3d021.PNG

เขียนโดย

profile5
อ.พฤทธิ์ พุฒจร
สำนักวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
Google Scholar: https://scholar.google.co.th/citations?user=TPJONrYAAAAJ&hl=en
Research Gate: https://www.researchgate.net/profile/Pruet_Putjorn 

การศึกษาการนำ Virtual Reality มาใช้ในผู้สูงอายุ

cover-VR-elderly

Applying VR technology for elderly people

เทคโนโลยีจำลองสภาพแวดล้อมเสมือนจริงสามมิติ Virtual Reality (VR)

เทคโนโลยี Virtual Reality (VR) หรือ เทคโนโลยีจำลองสภาพแวดล้อมเสมือนจริงสามมิติ เป็นเทคโนโลยีการสร้างสื่อปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้งานกับระบบคอมพิวเตอร์ที่จำลองสภาพแวดล้อมเสมือนจริงสามมิติ ทำให้ผู้ใช้งานระบบเสมือนว่าตนเองอยู่ในสภาพแวดล้อมจำลองนั้นจริงๆ (Immersive environment) โดยผ่านอุปกรณ์แสดงผลภาพและเสียงต่างๆ เช่นแว่นตาสวมศรีษะ (Head-mounted Display) หรือห้องจำลองสภาพแวดล้อม (Cave Automatic Virtual Environment: CAVE)

ในปี 1992 เทคโนโลยี VR ได้มีการกำหนดความหมายว่า “วิธีการที่มนุษย์สามารถมองเห็น ควบคุม และมีปฏิสัมพันธ์กับข้อมูลที่ซับซ้อนกับระบบคอมพิวเตอร์ได้” [6] คำจำกัดความที่สำคัญของระบบ VR ประกอบไปด้วย 1) การมีปฏิสัมพันธ์ (Interaction) ผู้ใช้งานสามารถโต้ตอบ ควบคุมกับระบบได้ด้วยตนเองในสิ่งแวดล้อมสามมิติ  และ 2) การมีส่วนร่วม (Immersion) เหมือนตัวผู้ใช้งานเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่ถูกคอมพิวเตอร์จำลองขึ้นมานั้นจริงๆ

ในช่วงแรกของการพัฒนาเทคโนโลยี VR ปี 1990-1970 ได้ให้ความสนใจกับการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อ การแพทย์ การทหาร การจำลองการบิน และยานยนต์ ในปี 2000 เป็นต้นมา เทคโนโลยี Virtual Reality (VR) ได้ถูกพัฒนาเพื่อตอบสนองต่อผู้ใช้งานทั่วไปทางด้านความบันเทิง เช่นเกมคอมพิวเตอร์ หรือภาพยนตร์สามมิติ ในปี 2016 เฟสบุค Facebook และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกได้ประกาศผลิตสื่อคอนเทน และอุปกรณ์ ที่สนับสนุนเทคโนโลยี VR อย่างเป็นทางการ

ความเป็นจริงเสมือนออกตามวิธีการติดต่อกับผู้ใช้งาน สามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภท [9] ดังนี้

  • Desktop VR or Window on World Systems (WoW) : เป็นการใช้จอภาพธรรมดา(จอคอมพิวเตอร์ทั่วไป) ในการแสดงภาพเสมือนจริง
  • Video Mapping: เป็นการนำวีดีโอมาเป็นอุปกรณ์นำเข้าข้อมูล และใช้เทคนิคคอมพิวเตอร์ในการแสดงผลกราฟิกแบบ WoW ซึ่งมีทั้งแบบสองมิติและสามมิติ ทำให้ผู้ใช้สามารถเห็นตัวเอง และการเปลี่ยนแปลงของตนเองจากจอภาพได้
  • Immersive Systems: เป็นเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือนสำหรับส่วนบุคคล โดยใช้จอภาพสวมศีรษะ ในการแสดงภาพและเสียงของโลกเสมือน
  • Telepresence: เป็นระบบเสมือนจริงที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณระยะไกลไว้ที่อุปกรณ์หนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นหุ่นยนต์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น เพื่อให้เชื่อมต่อการใช้งานเข้ากับผู้ใช้
  • Augmented/Mixed Reality Systems: การรวมกันของ Telepresence กับ Virtual Reality Systems โดยใช้ Telepresence เป็นตัวนำเข้าข้อมูล และ Virtual Reality Systems ในการแสดงผลภาพเสมือนจริงให้กับผู้ใช้ได้เห็น เช่นการแสดงภาพเสมือนจริงสมองของคนไข้ให้กับ ศัลยแพทย์ชม

 การนำเทคโนโลยี VR มาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ [6]

  1. การวิเคราะห์ความสามารถทักษะทางสติปัญญา (Assessment of Cognitive Abilities) เทคโนโลยี VR มีความสามารถที่จะสร้างสภาพแวดล้อมจำลองเพื่อช่วยให้แพทย์ทดสอบความสามารถทักษะทางสติปัญญา เพิ่มความแม่นยำ และถูกต้องมากกว่าการตรวจสอบแบบดั้งเดิม
  2. การฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย (Rehabilitation Intervention and Training) เทคโนโลยี VR สามารถช่วยให้ผู้ใช้งานมีความสนุกไม่เบื่อหน่ายในการออกกำลัง และเป็นเครื่องมือที่มีราคาถูกสามารถนำไปใช้ในบ้านเรือนได้ด้วยตนเอง ผู้ใช้งานสามารถทำกิจกรรมซ้ำๆได้ และสามารถลดภาระของนักบำบัด
  3. การฝึกปฏิบัติ (Vocational and Social Retraining) การฝึกปฎิบัติกับผู้เชียวชาญ หรือในสถานที่มีความเฉพาะอาจจะเป็นเรื่องยาก หรือจำเป็นต้องใช้งบประมาณมาก เทคโนโลยี VR สามารถเข้ามามีบทบาทในการจำลองสถานที่หรือสถานการณ์เพื่อให้ผู้ใช้งานระบบใช้ฝึกประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญได้ อีกทั้งเทคโนโลยี VR สามารถช่วยให้ผู้ใช้งานฝึกพัฒนาตนเองในการอยู่ร่วมกันในสังคม Social interaction สำหรับผู้ที่มีอาการกลัวในการเข้าร่วมกับผู้อื่นในสังคม
  4. การสาธิตและส่งเสริมการเรียนรู้ (Client and Family Education) เทคโนโลยี VR ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเรียนรู้เข้าใจในสถานการณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการรักษาตนเอง ครอบครัว หรือกิจกรรมมีความเสี่ยงหลักจากการรักษา อีกทั้งเทคโนโลยี VR สามารถสร้างความเห็นอกเห็นใจกันในครอบครัวที่ต้องมีการดูแลรักษาผู้ป่วยอัมพาต หรือผู้ป่วยเด็กที่มีบกพร่องด้านการเคลื่อนไหวของร่างกาย

การศึกษาการนำ Virtual Reality มาใช้ในผู้สูงอายุ

นอกเหนือจากการนำเทคโนโลยี VR มาใช้เพื่อการบันเทิงเป็นหลักแล้ว ในปัจจุบันได้มีการศึกษานำเทคโนโลยีจำลองสภาพแวดล้อมเสมือนจริงสามมิติ Virtual Reality (VR) มาประยุกต์ใช้ในเรื่องของการดูแลสุขภาพกับผู้สูงอายุ [1] เทคโนโลยีนี้สามารถช่วยในการสนับสนุน ส่งเสริมในกิจกรรมการเคลื่อไหว ออกกำลังกาย (Physical activity) ทั้งในบ้านและนอกบ้านได้ (indoor and outdoor) การจำลองสภาพแวดล้อมเสมือนจริงที่มีประสิทธิภาพสามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติในแง่ลบ และพฤติกรรมต่อต้านการเคลื่อนไหวร่างกาย หรือการออกกำลังกายของผู้สูงอายุได้ [1]

 การส่งเสริมในกิจกรรมการเคลื่อนไหว ออกกำลังกายด้วย เทคโนโลยีจำลองสภาพแวดล้อมเสมือนจริงสามมิติ Virtual Reality

การให้ความสำคัญในการส่งเสริมกิจกรรมการเคลื่อนไหวในผู้สูงอายุเป็นสิ่งที่สำคัญ การเดินเป็นการเคลื่อนไหวที่จำเป็นและต้องมีการฝึกฝนอยู่ตลอดเวลาในผู้สูงอายุมิฉะนั้นแล้วจะทำให้ผู้สูงอายุเกิดการถดถอยทางการย่างก้าว และเพิ่มโอกาสเสี่ยงของการล้มได้ (Gait variability and fall risk) [2] การออกแบบกิจกรรมการเคลื่อนไหวในกลุ่มผู้สูงอายุควรคำนึงถึงการทรงตัวและปรับสมดุลของร่างกายในสถาณการณ์ที่หลากหลาย การส่งเสริมกิจกรรมการเคลื่อนไหวด้วยเทคโนโลยี VR นั้นสามารถเข้ามามีบทบาทได้ โดยการสร้างสถาณการณ์ สิ่งแวดล้อมจำลองให้ผู้สูงอายุได้ทำการพัฒนาประสิทธิภาพทางด้านการเคลื่อนไหวของร่างกาย และระบบการตัดสินใจ (Brain functions) อีกด้วย

จากการศึกษานำเทคโนโลยี VR มาใช้ในการฟื้นฟูสุขภาพ และระบบการตัดสินใจ [3,4] ระบุว่าเทคโนโลยี VR มีประสิทธิภาพเหนือกว่าการฟื้นฟูสุขภาพแบบดั้งเดิม ดังนี้

  • สามารถจำลองสภาพแวดล้อมที่เสมือนจริงและมีความปลอดภัย สามารถทำได้ในบ้าน ลดความเสี่ยงในการเดินทาง สภาพอากาศแปรปรวน หรือทำกิจกรรมในพื้นที่ที่มีการรบกวน หรือเป็นอันตราย
  • สภาพแวดล้อมที่เสมือนจริงสามารถทำให้ผู้ใช้งานระบบมีความเป็นอิสระ สามารถควบคุมประสบการณ์ในกิจกรรมการฟื้นฟูสุขภาพได้ด้วยตนเอง
  • ระบบ VR สามารถทำการติดตาม และบันทึกผลการเคลื่อนไหว และปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานได้ในรูปแบบดิจิทัลบนพื้นฐานของเวลาจริง (Real-time)
  • สามารถสร้างสถานการณ์ในรูปแบบเกม ที่สามารถทำให้ผู้ใช้งานเกิดความสนุกเพลิดเพลิน และกระตุ้นการทำกิจกรรมต่างๆได้ดี

แม้ว่าเทคโนโลยี VR จะมีการนำมาศึกษากันอย่างแพร่หลายแต่ก็ยังมีข้อจำกัดที่จะต้องทำการศึกษาเพิ่มเติม โดย [5] ได้เสนอแนวทางพัฒนาไว้ดังนี้

  • การศึกษาในการนำเทคโนโลยี VR มาใช้ปฏิบัติจริง โดยมุ่งเน้นในการศึกษาการพัฒนากระบวนการทดลอง และนำไปใช้งานจริงกับผู้ใช้งาน (Testing and training methodology)
  • การศึกษาที่เน้นทางด้านการออกแบบส่วนที่ต้องมีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้งานและเทคโนโลยี VR (Human-VR Interaction) เช่น การออกแบบหน้าจอ (User experience/User interface) การออกแบบสภาพแวดล้อมจำลอง และสถาณการณ์ที่สอดคล้องกับผู้ใช้งานระบบที่มีความแตกต่างกันออกไป เพื่อการยกระดับ ส่งเสริมข้อจำกัดและการต่อต้านของารใช้งานเทคโนโลยี VR ในกลุ่มผู้สูงอายุ
  • การศึกษาการยกระดับการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งานระบบกับสภาพแวดล้อมจำลอง โดยการนำเสนอในรูปแบบของเกม หรือการสร้างประสบการณ์เสริมแบบอื่นเพิ่มเติม เช่นการใช้เสียงกระตุ้นการรับรู้

 

เอกสารอ้างอิง References

  1. De Bruin, E. D., Schoene, D., Pichierri, G., & Smith, S. T. (2010). Use of virtual reality technique for the training of motor control in the elderly. Zeitschrift für Gerontologie und Geriatrie43(4), 229-234.
  2. Hausdorff, J. M., Rios, D. A., & Edelberg, H. K. (2001). Gait variability and fall risk in community-living older adults: a 1-year prospective study. Archives of physical medicine and rehabilitation82(8), 1050-1056.
  3. Zelinski, E. M., & Reyes, R. (2009). Cognitive benefits of computer games for older adults. Gerontechnology: international journal on the fundamental aspects of technology to serve the ageing society8(4), 220.
  4. Van Schaik, P., Blake, J., Pernet, F., Spears, I., & Fencott, C. (2008). Virtual augmented exercise gaming for older adults. CyberPsychology & Behavior11(1), 103-106.
  5. Rizzo, A. S., & Kim, G. J. (2005). A SWOT analysis of the field of virtual reality rehabilitation and therapy. Presence: Teleoperators & Virtual Environments14(2), 119-146.
  6. Schultheis, M. T., & Rizzo, A. A. (2001). The application of virtual reality technology in rehabilitation. Rehabilitation psychology46(3), 296.
  7. พจน์ ศิริ นท ร์ ลิ ม ปิ นันทน์. เทคโนโลยี ความเป็นจริงเสริมส่งเสริมความคงทนในการจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษ.Journal of Information Technology Management and Innovation4(2), 7-16.
  8. Pantae Reporter, http://pantae.com/content/532/เจาะลึก+VR+เทคโนโลยีที่น่าจับตามองแห่งปี+2018

เขียนโดย

profile5
อ.พฤทธิ์ พุฒจร
สำนักวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
Google Scholar: https://scholar.google.co.th/citations?user=TPJONrYAAAAJ&hl=en
Research Gate: https://www.researchgate.net/profile/Pruet_Putjorn